R-Service ticket management

Ticket หมายถึง ข้อมูลการแจ้งเรื่อง คำร้องเรียน หรือการแจ้งปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องการให้ธุรกิจช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า และในแต่ละธุรกิจต่างมีช่องทางในการรับเรื่องเหล่านี้ และมีขั้นตอนในการจัดการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การตรวจสอบ ส่งต่อผู้รับผิดชอบ ไปจนถึงขั้นตอนการปิดงาน

ซึ่งระบบ R-Service ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยรวบรวมทุก Ticket เข้าสู่ศูนย์กลาง และสามารถบริหารจัดการติดตามสถานะงานได้ ตั้งแต่รับเรื่องจนถึงปิดงาน

 

1

เปิดเมนู Ticket

หลังจากเลือกบริการ R-Service แล้ว ให้มองที่ มุมซ้ายบน ของหน้าจอ แล้วคลิกไอคอนเมนู Ticket ระบบจะเปิดหน้า “Ticket ทั้งหมด” ขึ้นมาตามภาพด้านล่าง

 

 

1

คลิกไอคอน Ticket ที่แถบเมนูมุมซ้ายบนสุด

2

หน้าต่างจะแสดงรายการ Ticket ทั้งหมด แบ่งกลุ่มเป็น Ticket ของฉัน, ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ และ ถังขยะ

หมายเหตุ

ถ้ายังไม่มีข้อมูล ระบบจะขึ้นข้อความ “ไม่มี Ticket” ถือว่าปกติ ให้ไปทำขั้นตอนที่ 2 ต่อ

2

กดปุ่ม + สร้าง Ticket

ที่ มุมขวาบน ของหน้าจอ ให้กดปุ่มสีฟ้า + สร้าง Ticket ระบบจะเปิดหน้าต่าง “สร้าง Ticket” ขึ้นมา โดยเริ่มที่ขั้นตอนแรกคือ เลือกผู้ติดต่อ

 

1

กดปุ่ม + สร้าง Ticket ที่มุมขวาบน ข้างไอคอนกระดิ่งแจ้งเตือน

2

หน้าต่าง สร้าง Ticket จะเปิดขึ้น มี 2 ขั้น คือ เลือกผู้ติดต่อ และ กรอกรายละเอียด Ticket

หมายเหตุ

ระบบจะอยู่ที่ขั้น เลือกผู้ติดต่อ ก่อนเสมอ ต้องเลือกผู้ติดต่อให้ครบก่อนจึงจะกรอกรายละเอียดได้

3

เลือกผู้ติดต่อ แล้วกด “ถัดไป”

กดที่ช่อง หมวดหมู่ ด้านซ้าย เพื่อเลือกว่าจะค้นหาด้วยอะไร เช่นเลือก ชื่อทะเบียนลูกค้า จากนั้นพิมพ์ชื่อบริษัทในช่องค้นหา ระบบจะแสดงรายชื่อผู้ติดต่อที่ตรงกัน ให้เลือกหนึ่งรายชื่อ แล้วกด ถัดไป ที่มุมขวาล่าง หากค้นหาแล้ว ไม่พบผู้ติดต่อ ให้กด + เพิ่มผู้ติดต่อใหม่ กรอกรายละเอียดแล้วกดบันทึก

3.1 เลือกหมวดหมู่ : กดลูกศรเพื่อเปิดรายการ แล้วเลือก ชื่อทะเบียนลูกค้า
1

กดลูกศรที่ช่อง หมวดหมู่ เพื่อเปิดรายการตัวเลือก

2

เลือก ชื่อทะเบียนลูกค้า เป็นหมวดหมู่ในการค้นหา

3.2 พิมพ์ชื่อทะเบียนลูกค้า : เลือกรายชื่อผู้ติดต่อที่ต้องการ แล้วกด ถัดไป
1

พิมพ์ชื่อทะเบียนลูกค้าในช่องค้นหา ระบบจะแสดงรายชื่อผู้ติดต่อของบริษัทนั้น

2

คลิกวงกลมหน้ารายชื่อที่ต้องการ 1 รายชื่อ

3

กด ถัดไป เพื่อไปขั้นกรอกรายละเอียด Ticket

3.3 ถ้าไม่พบผู้ติดต่อ : กด + เพิ่มผู้ติดต่อใหม่
1

ถ้าระบบขึ้น ไม่พบผลลัพธ์ แปลว่ายังไม่มีผู้ติดต่อนี้ในระบบ ให้กด + เพิ่มผู้ติดต่อใหม่

3.4 กรอกข้อมูลผู้ติดต่อใหม่ : กรอกช่องที่มี * ให้ครบ แล้วกด บันทึก
1

กรอก ชื่อ (ช่องที่มี * จำเป็นต้องกรอก)

2

กรอก ชื่อทะเบียนลูกค้า ส่วนช่องอื่นใส่เท่าที่มี

3

กด บันทึก ระบบจะเลือกผู้ติดต่อนี้ให้ทันที

หมวดหมู่ค้นหามีให้เลือกหลายแบบ เช่น ชื่อทะเบียนลูกค้า, รหัสทะเบียนลูกค้า, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, รหัสอ้างอิงภายนอก และ ชื่อผู้ติดต่อ  หากเลือกแบบที่มีข้อมูลอยู่ในมือจะค้นหาได้เร็วที่สุด หลังกด ถัดไป ระบบจะพาไปขั้น กรอกรายละเอียด Ticket

4

กรอกรายละเอียด Ticket แล้วกด “บันทึก”

ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ติดต่อที่เลือกไว้ด้านบน จากนั้นกรอก หัวข้อ และ รายละเอียด (ช่องที่มี * ต้องกรอก) ตั้ง ผู้รับผิดชอบ ให้เป็นตัวเราเอง (ยังไม่ต้องเลือกคนอื่น) เลือก ความสำคัญ และ ติดแท็ก เพื่อให้ค้นหา Ticket ได้ง่ายขึ้น แล้วกด บันทึก

1

พิมพ์ หัวข้อ ให้สั้นและตรงประเด็น (จำเป็น)

2

ใส่ รายละเอียด (จำเป็น) สามารถแนบรูปหรือไฟล์ประกอบได้โดยกดไอคอน คลิปหนีบ ในช่องรายละเอียด
(ขนาดไม่เกิน 25 MB ต่อไฟล์)

3

ตั้ง ผู้รับผิดชอบ เป็นชื่อตัวเอง (ยังไม่ต้องเลือกคนอื่น) และเลือก ความสำคัญ เช่น สูง

4

ติด แท็ก โดยเลือกจากรายการแท็กที่ตั้งค่าไว้ในระบบ (เช่น แจ้งซ่อม, แจ้งโอนเงินไม่เข้า)
สามารถเลือกได้มากกว่า 1 แท็ก เพื่อให้ค้นหา Ticket ได้ง่ายขึ้น

5

กด บันทึก หรือถ้าต้องการแก้ไขรายละเอียดผู้ติดต่อ สามารถกด ย้อนกลับ ได้

หมายเหตุ

สถานะ จะเป็น “เปิด” อยู่แล้วโดยค่าเริ่มต้น ไม่ต้องแก้ในตอนสร้าง

เมื่อกด บันทึก แล้ว Ticket จะไปปรากฏในรายการ Ticket ทั้งหมด และ Ticket ของฉัน (เพราะผู้รับผิดชอบเป็นตัวเราเอง) โดยตัวเลขด้านขวาของเมนูจะเปลี่ยนจาก 0 เป็น 1 ทันที

5

ดูและอัปเดต Ticket ที่สร้างแล้ว

หลังกดบันทึก ระบบจะเปิดหน้า Ticket ที่กรอกข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว หากต้องการ เปลี่ยนผู้รับผิดชอบ หรือ กดติดตาม กดเปลี่ยนได้จากแถบด้านบน ถ้าต้องการเพิ่มข้อมูลให้พิมพ์ใน เพิ่มบันทึก แล้วกด ส่ง ทุกกิจกรรมจะถูกบันทึกไว้ใน กิจกรรม ทั้งหมด และ ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้

1

แถบด้านบนปรับได้ทันที: ความสำคัญ, สถานะ, ผู้รับผิดชอบ และ ผู้ติดตาม

2

พิมพ์ข้อความในช่อง เพิ่มบันทึก แนบรูป/ไฟล์ได้ที่คลิปหนีบ แล้วกด ส่ง บันทึกจะขึ้นเป็นการ์ดพร้อมชื่อผู้บันทึกและเวลา

3

แท็บ กิจกรรม เก็บทุกการเปลี่ยนแปลงพร้อมวันเวลาและชื่อผู้ทำ

4

แท็บ Ticket ของลูกค้า แสดงประวัติ Ticket ทั้งหมดของลูกค้ารายนี้ กดที่รายการเพื่อเปิดดูได้


5.1 บันทึกที่ส่งแล้ว : ข้อความและรูปที่แนบจะแสดงเป็นการ์ด พร้อมชื่อผู้บันทึกและเวลา
1

บันทึกที่ส่งแล้วจะแสดงเป็นการ์ด พร้อมชื่อผู้บันทึก วันเวลา และรูปหรือไฟล์ที่แนบมา
(สิ่งที่บันทึกแล้วจะแก้ไขย้อนหลังไม่ได้)

2

ช่อง เพิ่มบันทึก สำหรับพิมพ์ข้อความใหม่ แนบไฟล์ได้ที่ไอคอนคลิปหนีบ แล้วกด ส่ง

ข้อควรรู้: บันทึกและกิจกรรมทั้งหมดจะถูกเก็บไว้เป็นประวัติ ไม่สามารถแก้ไขหรือลบย้อนหลังได้ ดังนั้น ควรตรวจข้อความให้เรียบร้อยก่อนกด ส่ง

 
5.2 เปลี่ยนผู้รับผิดชอบ : กดที่ช่องผู้รับผิดชอบ พิมพ์ค้นหา แล้วเลือกชื่อจากรายชื่อ (สำหรับผู้รับผิดชอบสามารถเลือกได้ 1 คนเท่านั้น)
5.3 การกดติดตาม : ถ้าต้องการกดติดตาม ticket ที่ไม่ได้ส่งมาถึงเรา ให้เลือกช่องผู้ติดตาม จากนั้นกดติดตาม หากไม่ต้องการติดตามแล้ว ให้เลือก เลิกติดตาม
1

เข้า ticket ที่ต้องการ ไปที่แถบผู้ติดตาม กด dropdown จากนั้น กดติดตาม

2

สเตตัส จะเปลี่ยนเป็น กำลังติดตาม  และจะได้รับการแจ้งเตือนของกิจกรรมใน ticket นั้น

3

ถ้าไม่ต้องการติดตาม ticket นั้นแล้ว ให้กด เลิกติดตาม และจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนของกิจกรรมใน ticket นั้น

5.4 ดู Ticket ของลูกค้า : ดูประวัติว่าลูกค้ารายนี้เคยเปิด Ticket อะไรไว้บ้าง
1

กดแท็บ Ticket ของลูกค้า เพื่อดูประวัติ Ticket ทั้งหมดของลูกค้ารายนี้

2

กดที่รายการ Ticket ที่ต้องการ เพื่อเปิดดูรายละเอียดของ Ticket นั้น

6

แชร์ Ticket ให้คนอื่นอ่าน

กดไอคอนลิงก์ข้าง เลขที่ Ticket ด้านบนซ้าย ระบบจะคัดลอกลิงก์ของ Ticket ให้อัตโนมัติ นำไปวางในแชทหรืออีเมลส่งต่อให้เพื่อนร่วมงานเปิดอ่านได้ทันที

1

กดไอคอนลิงก์ข้างเลขที่ Ticket เพื่อ คัดลอกลิงก์ แล้วส่งให้คนอื่นเปิดอ่าน (ผู้รับต้องมีสิทธิ์เข้าถึง R-Service ขององค์กร)

7

แก้ไข Ticket

กด จุด 3 จุด ที่หัวข้อ Ticket แล้วเลือก แก้ไข Ticket จะขึ้นหน้าต่างให้แก้หัวข้อ รายละเอียด แท็ก และแนบรูปเพิ่ม เมื่อกดบันทึก ระบบจะอัปเดตให้อัตโนมัติและบันทึกไว้ในกิจกรรม

7.1 แก้ไข Ticket
1

กด จุด 3 จุด ที่หัวข้อ Ticket

2

เลือก แก้ไข Ticket จากเมนูที่เปิดขึ้นมา

 
7.2 หน้าต่างแก้ไข Ticket
1

แก้ไข หัวข้อ ของ Ticket

2

แก้ไข รายละเอียด และแนบรูป/ไฟล์เพิ่มได้ (ขนาดไม่เกิน 25 MB)

3

เลือก แท็ก จากที่ตั้งค่าไว้ เพิ่มหรือเอาออกได้

4

กด บันทึก เพื่อยืนยันการแก้ไข

 
 
7.3 ระบบบันทึกการแก้ไขให้อัตโนมัติ
 
1

ทุกการแก้ไขระบบจะบันทึกเป็น อัปเดตข้อมูล Ticket ในแท็บกิจกรรมให้อัตโนมัติ พร้อมชื่อผู้แก้ไขและเวลา

8

ลบ Ticket

กด จุด 3 จุด มุมขวาบนของแถบสถานะ แล้วเลือก ลบ Ticket Ticket ที่ลบจะย้ายไปอยู่ในเมนู ถังขยะ โดยข้อมูลเดิมยังอยู่ครบ

8.1 ลบ Ticket
 
1

กด จุด 3 จุด ที่มุมขวาบนของแถบสถานะ Ticket

2

เลือก ลบ Ticket จากเมนูที่เปิดขึ้นมา

8.2 Ticket ที่ลบจะไปอยู่ในถังขยะ
 
1

กดเมนู ถังขยะ จะขึ้นจำนวน Ticket ที่ลบไป กดเข้าไปดูรายการได้

2

Ticket ในถังขยะจะมีสถานะ ลบแล้ว โดยข้อมูลเดิมยังอยู่ครบ

9

การแจ้งเตือน

ผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อ Ticket ที่ตนเองติดตามมีการอัปเดต เช่น มีคนเพิ่มบันทึก เปลี่ยนความสำคัญหรือสถานะ และเมื่อได้รับมอบหมาย Ticket ใหม่ เพื่อให้ติดตามงานได้ทัน โดยมีทั้งหมด 3 ช่องทาง

1

In-App — ไอคอนกระดิ่งในระบบ แสดงจำนวนแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน กดเพื่อดูรายละเอียด

2

Web Push — แจ้งเตือนผ่านเว็บเบราว์เซอร์ แม้ไม่ได้เปิดหน้าระบบไว้

3

E-Mail — สรุปข้อมูล Ticket พร้อมปุ่ม ดู Ticket เพื่อเปิดดูรายละเอียด

9.1 In-App : กดไอคอนกระดิ่งมุมขวาบน เพื่อดูรายการแจ้งเตือน
1

กดไอคอน กระดิ่ง ที่มุมขวาบน (ถ้ายังไม่ได้เปิดอ่าน จะมีตัวเลขแดงบอกจำนวน)

2

รายการแจ้งเตือนจะแสดงหัวข้อ Ticket และการเปลี่ยนแปลง กดที่รายการเพื่อเปิดดู Ticket


9.2 Web Push : แจ้งเตือนเด้งที่มุมขวาบนของหน้าจอ
 
1

แจ้งเตือน Web Push จะเด้งขึ้นที่มุมขวาบนของหน้าจอ กดที่ข้อความเพื่อเปิด Ticket ได้ทันที


9.3 E-Mail : กดปุ่ม ดู Ticket เพื่อเปิดดูรายละเอียด
1

อีเมลแจ้งเตือนจะสรุปข้อมูล Ticket ให้ พร้อมปุ่ม ดู Ticket สำหรับเปิดดูรายละเอียด