Ticket Management

Ticket หมายถึง ข้อมูลการแจ้งเรื่อง คำร้องเรียน หรือการแจ้งปัญหาต่างๆ ที่ต้องการให้ธุรกิจช่วยการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า ซึ่งแต่ละธุรกิจต่างมีช่องทางในการรับเรื่องเหล่านี้ และมีขั้นตอนในการจัดการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การตรวจสอบ ส่งต่อผู้รับผิดชอบ ไปจนถึงขั้นตอนการปิดงาน ซึ่งระบบ R-Ticket ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยรวบรวมทุก Ticket เข้าสู่ศูนย์กลาง และสามารถบริหารจัดการติดตามสถานะงานได้ตั้งแต่รับเรื่องจนถึงปิดงาน

'

 

 


 

สร้าง Ticket 

การสร้าง Ticket สามารถทำได้โดยการคลิปปุ่ม + Add Ticket 

 
ผู้ใช้งาน สามารถค้นหาข้อมูลของทะเบียนลูกค้าที่แจ้งเรื่องเข้ามา โดยระบบจะไปค้นหาข้อมูลจากทะเบียนลูกค้าของแอป R-CRM ผู้ใช้งานสามารถ คลิก dropdown เพื่อค้นหาจากข้อมูลจาก Phone / Email, Company Name, Account Name, Account ID, Tax ID, External Ref. ID, Contact Name, Website, Facebook, LINE ID ที่ช่องค้นหาได้ 
 
 
หากพบข้อมูลสามารถเลือกทะเบียนลูกค้าที่มีข้อมูล และคลิก Next เพื่อไปกรอกข้อมูล Ticket Detail ต่อได้ 
 
หากค้นหาไม่พบข้อมูลลูกค้า ผู้ใช้งานสามารถคลิก + Add New Contact เพื่อสร้างข้อมูลใหม่ในระบบได้
 
 ระบบจะให้สร้างทะเบียนลูกค้าใหม่ โดยจะมีให้กรองข้อมูลดังรูป 
 
 
หลังจากทำการ Save เรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้กรอกข้อมูล Ticket ดังนี้
  • Subject: หัวข้อของ Ticket 
  • Desctiption: รายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงสามารถแนบไฟล์ประกอบต่างๆได้โดยระบบรองรับไฟล์ดังนี้ .pdf, .doc, .xls, .xlsx, .jpg, .jpeg, .png, .gif, .bmp, .zip, .rar, .mp3, .wav, .mp4, .mp4a  
  • Priority: ระดับความสำคัญหรือระดับความเร่งด่วยของปัญหานั้นๆ
  • Status: สถานะของ Ticket 
  • Assignee: ผู้ที่รับเรื่อง
  • Tags: ป้ายกำกับของระบบ
     
ตัวอย่าง การกรอกข้อมูลเพื่อ Add Ticket
  
 
จากนั้นคลิก Save ระบบจะพามาหน้า Ticket Detail  ระบบจะเปิดหน้า TIcket Detail ของ Ticket ที่สร้างให้โดยอัตโนมัติ โดยจะแสดงข้อมูลดังนี้
  
  • Copy Link ผู้ใช้งานสามารถ Copy Link ของ Ticket เพื่อส่งให้กับเพื่อนร่วมงานช่วยจัดการ Ticket ได้ 
  • Priority ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาปรับระดับ Priority ตามความเร่งด่วนหรือความรุนแรงของปัญหานั้นๆได้ โดยระบบมี Priority ทั้งหมด 4 ระดับดังนี้ Low, Medium, High และ Urgent
  • Status ผู้ใช้งานควรปรับสถานะของ Ticket อยู่เสมอให้สอดคล้องกับความเป็นจริง​ โดยสถานะของระบบมี 3 สถานะดังนี้ Open หมายถึง Ticket ที่กำลังติดตามอยู่,  Wait on Customer หมายถึง Ticket ที่กำลังติดตามอยู่ แต่รอข้อมูลจากลูกค้า หรือรอให้ลูกค้าตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เป็นต้น และ Close หมายถึง Ticket ที่ปิดหรือจบงานแล้ว 
  •  Assignee หมายถึงผูที่ดูแล Ticket นั้นอยู่ ซึ่งหากต้องการส่งให้ผู้อื่นดูแลก็สามารถเข้ามาเปลี่ยน Assignee ได้ที่จุดนี้เช่นกัน 
  •  Followers ผู้ที่ติดตาม Ticket นี้อยู่ ซึ่งจะได้รับการแจ้งเตือนต่างๆเมื่อ Ticket มีการอัปเดตข้อมูล โดยการจะเป็น Follower ของ Ticket ได้จะมีอยู่หลักๆ 2 วิธีคือ 1. การที่เคยมีส่วนร่วมกับ Ticket หรือ เคยเข้ามา Action ใดใดกับ Ticket 2. กด Follow Ticket ด้วยตนเอง
  • การแสดงข้อมูลของชื่อ Ticket, รายละเอียด และ Tags ต่างๆที่กรอกข้อมูลมาในตอนสร้าง Ticket หากต้องการแก้ไขข้อมูลต่างๆรวมถึงป้าบกำกับได้
  • กล่องบันทึกข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลต่างเพิ่มเติมลงใน Ticket รวมถึงแนบไฟล์ต่างๆเข้าไปได้ 
  •  Contact Info แสดงข้อมูลของลูกค้าที่แจ้งปัญหาเข้ามาซึ่งหากต้องการเพิ่มเติมข้อมูลหรือแก้ไขสามารถทำได้ดังนี้
  • Activities คือบันทึกประวัติต่างๆ ที่เกินขึ้นกับ Ticket 
  • Customer Tickets จะแสดงข้อมูลของ Ticket ทั้งหมดที่เคยสร้างขึ้นจากลูกค้าคนนนี้ (ภายใต้ Account เดียวกัน) เพื่อให้เห็นถึงประวัติต่างๆของการเปิด ticket ของลูกค้ารายนั้นๆ  

 

 

การแจ้งเตือน 

การแจ้งเตือนสำหรับ R-Service ผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อ TIcket ที่ตนเอง Follow มีการ Update เช่น มีการเพิ่มบันทึกโดยผู้อื่น, เปลี่ยนแปรง Priority หรือ สถานะ และได้รับการ Assing Ticket ใหม่ เพื่อให้ติดตามงาน โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งหมด 3 ช่องทางดังนี้ 
 
1. In-App: การแจ้งเตือนทางไอคอนกระดิ่งของแอป R-Service โดยแสดงตัวเลขจำนวนการแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน ซึ่งเมื่อคลิกไอคอนกระดิ่ง จะแสดงรายละเอียดการแจ้งเตือน ดังตัวอย่าง โดยสามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ 


2. Web Push: การแจ้งเตือนผ่านเว็บเบราว์เซอร์ในรูปแบบ Push Notification ดังตัวอย่าง 
 
3.  อีเมล : การแจ้งเตือนทางอีเมล ดังตัวอย่าง โดยสามารถคลิกปุ่ม "View Ticket" เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้